ประวัติสถานเอกอัครราชทูต

 

 

 

การเปิดสำนักงานและเขตอาณาในระยะแรก

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งผู้แทนทางการทูตของไทยไปประจำราชสำนักและสำนักต่างๆในยุโรป โดยในปี พ.ศ. 2425  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้  พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ในขณะที่ทรงดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย ดำรงตำแหน่ง “อัครราชทูตวิเศษ” (Envoy Extra-ordinary and Plenipotentiary) ประจำราชสำนักและสำนักต่างๆในยุโรป รวม 10 แห่ง โดยมีถิ่นพำนักอยู่ ณ กรุงลอนดอน พร้อมกับเปิดสถานอัครราชทูต (Legation) ณ กรุงลอนดอน และส่งข้าราชการในระดับ “เลขานุการ” “ผู้ช่วย” และล่าม ไปประจำการ

ในปี พ.ศ. 2426 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดสถานอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ให้มีเขตอาณาครอบคลุม ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี สเปน โปรตุเกส เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และสวีเดนนอร์เวย์ (ขณะรวมเป็นประเทศเดียวกัน)

ในปี พ.ศ. 2430 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับเขตอาณาของสถานอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ซึ่งในระยะนั้นใช้ชื่อว่า “ศาลาว่าการราชทูตสยาม ณ กรุงปารีส” ให้มีเขตอาณาครอบคลุมฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และโปรตุเกส และแต่งตั้งอัครราชทูต ตลอดจนข้าราชการประจำสถานอัครราชทูต

ในปี พ.ศ. 2440 สถานอัครราชทูต ณ กรุงปารีส มีเขตอาณาครอบคลุมรัสเซียเพิ่มขึ้นอีกประเทศหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2457 สถานอัครราชทูต ณ กรุงปารีส มีเขตอาณาครอบคลุมเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์

เมื่อกรุงปารีสถูกโจมตีในปี พ.ศ. 2483 พระพหิทธานุกร (ส่วน นวราช) อัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้ย้ายถิ่นพำนักไปยังประเทศโปรตุเกส

ประเทศไทยได้เปิดสถานอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ขึ้นใหม่ ใน พ.ศ. 2490 เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง

ในปี พ.ศ. 2492 ยกระดับสถานอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นสถานเอกอัครราชทูต

 

ลำดับที่ตั้งของคณะผู้แทนราชอาณาจักรสยาม/ราชอาณาจักรไทยในกรุงปารีส

 

พ.ศ. ชื่อ ที่อยู่
2407 – 2408 Consul 55 rue Caumartin – Paris
2409 – 2422 Consul 18 rue d’Amsterdam – Paris
2423 Consul Général 49 rue de Saint-Pétersbourg – Paris
2424 – 2426 Consul Général 41 rue de Saint-Pétersbourg – Paris
2427 Ambassade du Royaume de Siam Rue de la Pompe – Paris
2428 – 2434 Ambassade du Royaume de Siam Rue de Siam – Passy – Paris
2435 – 2443 Ambassade du Royaume de Siam 14 rue Pierre Charron – Paris
2444 – 2455 Ambassade du Royaume de Siam 14 avenue d’Eylau – Paris [1]
2456 Ambassade du Royaume de Siam 38 avenue du Trocadéro – Paris
2457 – 2491 Ambassade du Royaume de Siam 8 rue Greuze – Paris 16ème
2492 – ปัจจุบัน Ambassade du Royaume de Thaïlande 8 rue Greuze – Paris 16ème

 

ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2457 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร อัครราชทูตสยามประจำกรุงปารีส (ขณะนั้นประทับอยู่ ณ เลขที่ 38 avenue du Trocadéro กรุงปารีส เขต 16) ได้ลงนามในนามและในฐานะอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงสยาม ในสัญญาซื้อ-ขายคฤหาสน์และที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 8 ถนน Greuze กรุงปารีสเขต 16 จากเคานต์ เดอ โซนีส ซึ่งเป็นผู้จัดการในนามและในฐานะเป็นตัวแทนของ เคานต์เตส ฟรองซวส เดอ โซนีส (Comtesse Françoise de Sonis) ผู้เป็นเจ้าของ ในราคา 442,500 ฟรังก์ (สี่แสนสี่หมื่นสองพันห้าร้อยฟรังก์) ชำระเป็นเงินสด

ประเทศสยามซื้ออาคารและที่ดินแห่งนี้เพื่อใช้เป็นที่ทำการสถานอัครราชทูตและที่พักของข้าราชการและลูกจ้าง ตั้งอยู่ในเขต 16 ซึ่งเป็นเขตพำนักอาศัยที่ดีที่สุดเขตหนึ่งของกรุงปารีส และเป็นเขตที่มีสถานที่ทำการของสถานทูตต่างประเทศตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก

อาคารและที่ดินแห่งนี้ก่อสร้างมาแล้วประมาณ 15 ปี ก่อนขายให้แก่ประเทศสยาม มีพื้นที่ทั้งสิ้น 647.20 ตารางเมตร มีทางเข้าทางเดียวทางหน้าบ้านเป็นประตูหลังคาโค้ง มีซุ้มประตูทางเข้าสำหรับรถม้าวิ่งตามทางจนถึงลานบ้านและตึกข้างหลัง เดิมมีสวนเนื้อที่ 126 ตารางเมตร คอกม้าและลานกว้าง 225.55 ตารางเมตร ตัวตึกก่อหินมี 3 ชั้น ชั้นล่างมีห้องขนาดใหญ่หลายห้อง ห้องอาหาร ชั้นที่สองมีห้องนอนและห้องน้ำ ชั้นที่ 3 มีห้องนอนอีกหลายห้อง ชั้นใต้ดินมีห้องครัว ห้องซักรีด ห้องเก็บไวน์

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร ได้รับเงินพระราชทานสำหรับสร้างสถานทูตแห่งนี้ 750,000 ฟรังก์ เพื่อใช้ในการซื้อบ้าน ค่าภาษี ค่าทำสัญญา ค่าเสียหายของผู้เช่าบ้าน (Princesse Frédéric Charles de Hohenlohe) ที่ต้องออกจากบ้านก่อนสิ้นกำหนดสัญญา และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด รวมประมาณ 500,000 ฟรังก์ ส่วนเงินที่เหลืออีก 250,000  ฟรังก์ ใช้เป็นค่าซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงตัวตึกส่วนที่อยู่ของราชทูต ค่าก่อสร้างตึกออฟฟิศและที่พักสำหรับข้าราชการกับโรงรถยนต์ ค่าจ้างสถาปนิก ค่าพระบรมรูปสำหรับประดับสถานอัครราชทูตและของเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

หลังจากผู้ขายได้ส่งมอบบ้านและที่ดินในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2457 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร ทรงมอบหมายให้สถาปนิกชื่อนาย J.M. Auburtin เริ่มทำการก่อสร้างเปลี่ยนแปลงอาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 1 สิงหาคม พ.ศ. 2457 แต่ต้องยุติงานชั่วคราวเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งขึ้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร ทรงพิจารณาเห็นว่า การจะก่อสร้างให้เสร็จในเวลาระหว่างสงครามนี้ คงจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของงบประมาณเดิม แต่ถ้ารอให้จบสิ้นสงครามแล้ว อาจจะต้องเสียเงินมากกว่านี้ จึงทรงขอพระราชทานเงินเพิ่มอีก 50,000 ฟรังก์ เพื่อจะได้จัดการก่อสร้างให้สำเร็จเสียโดยเร็ว เมื่อได้รับพระราชทานเงินเพิ่ม ในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2458 จึงย้ายสถานทูตเข้าที่ทำการใหม่ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2458

อาคารปัจจุบันของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประกอบด้วยอาคารหลัก 2 อาคาร โดยอาคารด้านหน้า เนื้อที่ 260 ตารางเมตร ส่วนอาคารที่อยู่ด้านหลังเป็นอาคาร 3 ชั้น มีเนื้อที่ 225.55 ตารางเมตร ในอดีตรัฐบาลไทยใช้สถานเอกอัครราชทูต เลขที่ 8 ถนน Greuze เป็นทั้งที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตและทำเนียบเอกอัครราชทูต จนถึงปี พ.ศ. 2508 จึงได้ซื้ออาคารต่างหาก เพื่อใช้เป็นทำเนียบเอกอัครราชทูต[2]

อาคารสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เนื่องจากชั้น 2 ของตึกหน้าเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขณะยังทรงพระเยาว์ระหว่าง พ.ศ. 2490-2491 เมื่อครั้งทรงติดตามพระบิดา (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ ขณะทรงดำรงพระยศ พันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) ซึ่งทรงเคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ก่อนยกระดับหัวหน้าสำนักงานเป็นระดับเอกอัครราชทูตในเวลาต่อมา) อีกทั้ง ยังเคยเป็นที่ประทับและทรงงานของสมาชิกพระราชวงศ์ที่ทรงดำรงตำแหน่งเป็นอัครราชทูต และเอกอัครราชทูต อีกหลายพระองค์ ล่าสุด ได้ปรับปรุงห้องทำงานของเอกอัครราชทูตเป็นสถานที่ทรงงานในบางโอกาสของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในช่วงปี 2552 – 2554

ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตแห่งนี้ ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงหลายครั้งเนื่องจากตัวอาคารมีอายุเก่าแก่กว่า 130 ปี และเคยปิดอาคารสถานเอกอัครราชทูตเป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2540 โดยย้ายสถานเอกอัครราชทูตไปยังที่ทำการชั่วคราว ซึ่งเป็นอาคารเช่าเลขที่ 12 ถนน Lord Byron กรุงปารีส เขต 8 เป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน[3] ต่อมาได้เปิดทำการอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2541 โดยใช้อาคารด้านหน้าเป็นที่ทำการหลักของสถานเอกอัครราชทูต ส่วนอาคารด้านหลังซึ่งเดิมเคยเป็นที่พักของครอบครัวของข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ได้รับการปรับปรุงให้เป็นที่ทำการของฝ่ายกงสุลที่ชั้นล่าง สำหรับชั้นบนได้ปรับปรุงให้เป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการไทยอื่นๆ ซึ่งในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 หลายสำนักงานได้ย้ายเข้ามาอยู่ในอาณาบริเวณของสถานเอกอัครราชทูต ตามนโยบายทีมไทยแลนด์และเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน หน่วยงานเหล่านี้ ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ

———————————–

เรียบเรียงโดย นางกล้วยไม้ เดชอง ตำแหน่ง ล่าม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส

อ้างอิง

– ประวัติและวิวัฒนาการของกระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2418-2541 พิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสพิธีเปิดอาคารที่ทำการกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542

– คำกราบบังคมทูลถวายรายงานของนายสาโรจน์ ชวนะวิรัช เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ณ กรุงปารีส ต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2544

– ลายพระหัตถ์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร ที่ 231/3640 ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2456 ขอพระราชทานกราบทูลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทวะวงศ์วโรปการ

– ลายพระหัตถ์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร ที่ 55/907 ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2458 ขอพระราชทานกราบทูลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทวะวงศ์วโรปการ  เสนาบดีว่าการต่างประเทศ

– หนังสือกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ที่ 4448/AR/ACI ลงวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2000

– หนังสือกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ที่ 5327/AR/ACI ลงวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2000

– สภา ปาลเสถียร. ถิ่นที่แห่งชีวิต.-กรุงเทพฯ: โพสต์บุ๊กส์, 2553. งามพรรณ เวชชาชีวะ, ผู้แปล

– พ.อ. ศรศักร ชูสวัสดิ์.- เมื่อต้องเสด็จฯ “ไกลบ้าน”.- กรุงเทพฯ: ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ, 2554

[1] เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนกรุงปารีส เมื่อวันที่ 18-21 มิถุนายน พ.ศ. 2450

[2] ตั้งอยู่เลขที่ 8 ถนน Albéric Magnard กรุงปารีส เขต 16

[3] ในสมัยนายเตช บุนนาค เป็นเอกอัครราชทูตฯ