สารจากเอกอัครราชทูต

พี่น้องชาวไทยในฝรั่งเศส โมนาโก และแอลจีเรียที่รักทุกท่าน

เดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนแห่งความปลื้มปิติยินดีสำหรับพสกนิกรชาวไทย ด้วยเมื่อวันที่ 27 และ 28 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทย ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ได้รวมพลังถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการเข้าร่วมใน “พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวาพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และถวายพระพรชัยมงคล กับถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560” และที่กรุงปารีส สถาน- เอกอัครราชทูตฯ ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 และในวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ ได้เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งได้สร้างความปลื้มปิติยินดีให้แก่บรรดาชาวไทยที่มาร่วมพิธีอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนกรกฎาคม สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ได้รับแรงกายแรงใจจากพี่น้องชาวไทยจำนวนมากที่มาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เมื่อวันที่ 15 และ 22 กรกฎาคม ขอขอบคุณทุกท่านที่มีจิตอาสาและร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างล้นหลาม และขอแจ้งว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์อีกครั้ง ในวันที่ 23 กันยายน และ 7 ตุลาคม ณ ห้องประชุม สถานเอกอัครราชทูตฯ และขอเชิญชวน ผู้มีจิตอาสาทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเช่นเคย

พี่น้องชาวไทยทุกท่าน

เชื่อว่าพวกเราทุกคนที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสและคงติดตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของฝรั่งเศสครั้งสำคัญ นายเอ็มมานูเอล มาครง ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของฝรั่งเศส ประธานาธิบดี มาครอง ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 โดยได้กล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างระบบบริหารราชการแผ่นดินครั้งยิ่งใหญ่ และได้เสนอให้ตัดลดจำนวนสมาชิกรัฐสภาลงหนึ่งในสามจากปัจจุบันที่มีอยู่ รวมทั้งการวางนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจฝรั่งเศส โดยมีนโยบายเร่งด่วน 6 เรื่อง ได้แก่

  1. การปฏิรูปกฎหมายแรงงาน
  2. การวางกฎเกณฑ์ด้านจริยธรรมที่เคร่งครัดมากยิ่งขึ้นสำหรับนักการเมือง
  3. ทำให้อียูมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
  4. ให้ความช่วยเหลือ SMEs โดยลดขั้นตอนในการจัดตั้ง/ดำเนินงานของบริษัท
  5. ปฏิรูประบบการศึกษาระดับประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ
  6. การแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของฝรั่งเศส

คงต้องคอยดูกันต่อไปว่าประธานาธิบดีมาครงจะสามารถดำเนินนโยบายต่าง ๆ อย่างที่ได้ตั้งเป้าไว้ได้มากหรือน้อยแค่ไหน หลังจากที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศประสบกับภาวะชะงักงันมาเป็นเวลาช้านาน

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยนั้น เห็นได้ชัดว่ามีการฟื้นตัวและมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการดำเนินนโยบาย Thailand 4.0 หรือนโยบายการพัฒนาประเทศในทุกด้านบนพื้นฐานของการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง รัฐบาลกำลังส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่ใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และได้จัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : ECC) เพื่อเป็นฐานในการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

โดยในส่วนของฝรั่งเศสนั้น ถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญของสถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 และเมื่อเดือนมีนาคมต้นปีนี้ ผมได้นำนาย Fabrice Brégier CEO ของบริษัท Airbus ไปเยือนประเทศไทย ในโอกาสนี้ บริษัท Airbus ได้ลงนามความตกลง (Memorandum of Understanding หรือ MoU) กับบริษัทการบินไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง (MRO) ด้วยแล้ว นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปประเทศไทย เพื่อร่วมพิธีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และ Le Mouvement des entreprises de France (MEDEF) ของฝรั่งเศส ลงนามใน MOU ก่อตั้งความร่วมมือในอุตสาหกรรม 4 สาขา ได้แก่ ธุรกิจการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม Smart City และพลังงานทดแทน ระหว่างการประชุม High Level Economic Dialogue ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ โดยมีรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานในพิธีลงนามความตกลงดังกล่าว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส และถือเป็นการดำเนินการตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล

ขอเรียนด้วยว่า ระหว่างวันที่ 2-12 กรกฎาคม 2560 ได้มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee) สมัยสามัญ ครั้งที่ 41 ที่เมืองคราคูฟ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งผมในฐานะเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำองค์การ UNESCO ได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย เป็นที่น่ายินดีว่า คณะกรรมการฯ ได้รับทราบรายงานมาตรการของไทยเพื่อดูแลและอนุรักษ์กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว รวมทั้งจะรับทราบการบรรจุพระธาตุพนมของไทยเข้าในบัญชีเบื้องต้น เพื่อเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป

พี่น้องชาวไทยทุกท่าน

ปัจจุบัน อาหารไทยได้รับการยอมรับระดับระหว่างประเทศ และจากการจัดอันดับอาหารจานอร่อย Top 50 ของโลกล่าสุด โดย CNN Travel อาหารไทยติดอันดับ 4 เมนูอร่อย ได้แก่ (46) ส้มตำ (19) น้ำตกหมู (8) ต้มยำ และอันดับ 1 คือแกงมัสมั่น ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ เองก็ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารไทย โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน Thai Gastronomy Night ที่ร้าน Blue Elephant กรุงปารีส โดยในงานมีการสาธิตการทำอาหารไทยสูตรตำรับชาววังและไทยประยุกต์หลายชนิด ซึ่งแขกที่มาร่วมงาน ได้แก่ สื่อมวลชน (อาหาร ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์) ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนของฝรั่งเศสต่างมีความประทับใจในรสชาติและความประณีตของอาหารไทย

ท้ายสุด ผมขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ 2 เรื่อง ได้แก่

  1. การจัดกงสุลสัญจร ณ เมือง Roubaix ในวันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2560 ซึ่งจะเป็นโอกาสให้พี่น้องคนไทยทางภาคเหนือของฝรั่งเศสและเมืองใกล้เคียงสามารถมารับบริการทำหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน สูติบัตร และรับรองเอกสาร รวมทั้งขอรับคำแนะนำด้านกงสุล
  2. สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัด พิธีถวายดอกไม้จันทน์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันเดียวกับพิธีในประเทศไทย โดยจะจัดที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เลขที่ 8 rue Greuze เขต 16 กรุงปารีส ระหว่างเวลา 11.00 – 15.00 น. (กรุณารอยืนยันเวลาที่แน่นอนอีกครั้ง)

จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องคนไทยทุกคน และครอบครัวที่อยู่ในฝรั่งเศส โมนาโก และแอลจีเรีย เข้าร่วมถวายราชสักการะ แสดงความจงรักภักดี และแสดงกตัญญู–กตเวทิตาจิตในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอดรัชสมัย

 

ผมขอเชิญชวนให้พี่น้องคนไทยในฝรั่งเศส โมนาโก และแอลจีเรีย กรุณาติดตามข่าวคราวและความคืบหน้าของ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทางเฟสบุ๊คของสถานเอกอัครราชทูตฯ (@ThaiEmbassyParis) หรือทางเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ (www.thaiembassy.fr) และท้ายสุดนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านและครอบครัวพักร้อนด้วยความสุขและปลอดภัย

 

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส