คนไทยเข้าประเทศไทยช่วงโควิด

ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุด  วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564

การเดินทางเข้าประเทศไทยของคนไทยในช่วงโควิด

***หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้สำหรับคนไทยในฝรั่งเศส โมนาโกและแอลจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เท่านั้น หากท่านพำนักอาศัยอยู่ในประเทศอื่น โปรดสอบถามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ดูแลรับผิดชอบประเทศของท่าน***

 

 

 

 

1. ภาพรวม

คนไทยทุกคนที่เดินทางถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ต้องทำตามเงื่อนไข 4 ประการ ดังนี้

1.1 มีหลักฐานการจองที่พักในโรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลไทยเป็นเวลา 1 หรือ 7 หรือ 10 คืน ทันที่เดินทางถึงไทย โดยระยะเวลาและสถานที่กักตัวขึ้นอยู่กับสถานะการฉีดวัคซีนของท่านและประเทศที่ท่านออกเดินทาง ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้เข้าพักที่อื่น เช่น บ้านพักส่วนตัว หรือโรงแรมที่ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล ในทุกกรณี  (โปรดดูข้อ 2-4 เพิ่มเติม)

1.2 ลงทะเบียนกับระบบ Thailand Pass ที่ tp.consular.go.th และได้รับ QR code อนุมัติการลงทะเบียนแล้ว (โปรดดูข้อ 6)

1.3 มีผลการตรวจหาเชื้อโควิดแบบ PCR ที่เป็นลบและออกไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง (นับถึงเวลาที่เที่ยวบินแรกสุดออกเดินทาง) ไม่ว่าผู้เดินทางอายุเท่าใดก็ตาม ยกเว้นคนไทยที่กักตัวแบบ Alternative Quarantine ตามข้อ 2.3 ไม่ต้องมี

1.4 มีหลักฐานการจองการตรวจ PCR ที่ประเทศไทย จำนวน 1 ครั้ง (สำหรับผู้กักตัวน้อยกว่า 6 คืน) หรือ 2 ครั้ง (สำหรับผู้กักตัวตั้งแต่ 6 คืนขึ้นไป) ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ จองตรวจเพียงครั้งเดียวในทุกกรณี



2. ระยะเวลาและสถานที่กักตัว

แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยขึ้นกับสถานะการฉีดวัคซีนและประเทศต้นทางของผู้เดินทาง ดังนี้

2.1 กลุ่ม Test & Go หรือ Exemption from Quarantine (EQ) (กลุ่มสีเขียวตามตารางด้านบน) : มีเงื่อนไขต่าง ๆ ดังนี้

  • ฉีดวัคซีนครบตามข้อกำหนดของไทยแล้ว (โปรดดูข้อกำหนดวัคซีนของไทยในข้อ 3) ทั้งนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่เดินทางพร้อมผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนครบ เข้าข่ายกลุ่ม Test & Go เช่นเดียวกับผู้ปกครอง
  • ก่อนเดินทางไปไทย ได้พำนักอยู่ในประเทศ/พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตอย่างน้อย 21 วัน (หรือหากอยู่ไม่ถึง 21 วันแต่ก่อนหน้านั้นเดินทางมาจากประเทศไทย ก็ถือว่าได้รับอนุญาตด้วย) โดยล่าสุดมีประเทศที่ได้รับอนุญาต 63 ประเทศ รวมฝรั่งเศส (แต่ไม่รวมดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส และไม่รวมโมนาโกและแอลจีเรีย) ดังนี้ บุคคลกลุ่มนี้ต้องกักตัวที่โรงแรมแบบ SHA+ หรือ Alternative Quarantine เป็นเวลา 1 คืน และต้องจองการตรวจหาเชื้อ PCR จำนวน 1 ครั้ง (หากจองแพกเกจโรงแรมแบบ Test & Go ที่กรุงเทพฯ หรือพักโรงแรมที่สมุย จะรวมในแพกเกจโรงแรมอยู่แล้ว ไม่ต้องจองเพิ่ม แต่หากจอง SHA+ ที่ภูเก็ต จะต้องจองตรวจ PCR เพิ่มทาง www.thailandpsas.com)

 

2.2 กลุ่ม Sandbox (กลุ่มสีฟ้าตามตารางด้านบน) : มีเงื่อนไข ดังนี้

  • ฉีดวัคซีนครบตามข้อกำหนดของไทยแล้ว (โปรดดูข้อกำหนดวัคซีนของไทยในข้อ 3) ทั้งนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่เดินทางพร้อมผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนครบ เข้าข่ายกลุ่ม Sandbox เช่นเดียวกับผู้ปกครอง
  • ก่อนเดินทางไปไทย ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศ/พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตอย่างน้อย 21 วัน ตามรายชื่อประเทศ/พื้นที่ในข้อ 2.1 (เช่น ผู้ที่พำนักในโมนาโกหรือแอลจีเรีย)

บุคคลกลุ่มนี้ต้องกักตัว 7 คืนในโรงแรม SHA+ (ในช่วงกักตัวสามารถออกนอกโรงแรมได้ แต่ห้ามออกนอกจังหวัดที่โรงแรมตั้งอยู่) และต้องจองตรวจหาเชื้อแบบ PCR ที่ไทยจำนวน 2 ครั้ง (หากไม่รวมอยู่ในแพกเกจโรงแรม โปรดจองเพิ่มต่างหาก โดยที่ภูเก็ตต้องจองทาง www.thailandpsas.com)

2.3 กลุ่ม Alternative Quarantine (กลุ่มสีแดงตามตารางด้านบน): ผู้ที่ฉีดวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนดของไทย ไม่ว่าเดินทางจากประเทศใด ต้องกักตัวในโรงแรม Alternative Quarantine 10 คืน โดยห้ามออกนอกห้องพัก 

อนึ่ง สามารถจองโรงแรมกักตัวสั้นกว่าเงื่อนไขข้างต้น หากมีบัตรโดยสารเครื่องบินขาออกจากประเทศไทยในวันเดียวกับที่ออกจากโรงแรมกักตัว

 

3. เงื่อนไขการฉีดวัคซีนที่ทางการไทยกำหนด (เพื่อได้สิทธิกักตัว 1 หรือ 7 คืน)

ท่านต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนตามเงื่อนไขทุกข้อ ดังนี้

3.1 เป็นชนิดวัคซีนที่ทางการไทยยอมรับ ครบตามจำนวนเข็ม และมีระยะห่างระหว่างเข็มขั้นต่ำ ดังนี้ (สามารถฉีดข้ามชนิดกันได้)

  • Sinovac (2 เข็ม – เว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์) 
  • AstraZeneca (2 เข็ม – เว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์) 
  • Johnson & Johnson (1 เข็ม)
  • Pfizer (2 เข็ม – เว้นระยะห่าง 3 สัปดาห์) 
  • Moderna (2 เข็ม – เว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์) 
  • Sinopharm (2 เข็ม – เว้นระยะห่าง 3 สัปดาห์) 
  • Sputnik V (2 เข็ม – เว้นระยะห่าง 3 สัปดาห์) 

3.2 กรณีผู้เคยติดเชื้อโควิดและฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม ให้แสดงใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าเคยติดเชื้อโควิด และหลักฐานการได้รับวัคซีน 1 เข็มภายในเวลา 3 เดือนหลังการติดเชื้อ

3.3 ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง โดยเริ่มนับวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ฉีดวัคซีนเป็นวันที่ 1 ไปจนถึงวันออกเดินทางจากสนามบินแห่งแรก

 

4. โรงแรมกักตัว

4.1 รายชื่อโรงแรม

  • แบบ Alternative Quarantine (AQ) (สำหรับผู้เข้าข่ายข้อ 2.1 หรือ 2.3) ตามเว็บไซต์ https://bit.ly/3556nel
  • แบบ SHA+ (สำหรับผู้เข้าข่ายข้อ 2.1 หรือ 2.2) ตามเว็บไซต์ www.shathailand.com หรือ www.thailandsha.com

4.2 ช่องทางการจองโรงแรม ทั้งแบบ AQ และ SHA+ ได้แก่

 

5. เที่ยวบินเข้าไทย สำหรับผู้ที่จะกักตัวที่ภูเก็ตหรือสมุย

5.1 ภูเก็ต: ต้องบินจากต่างประเทศไปลงที่สนามบินภูเก็ตโดยตรงเท่านั้น ยังไม่สามารถลงที่กรุงเทพฯ และต่อเครื่องไปภูเก็ตได้ (มิฉะนั้นจะถูกให้กักตัวที่กรุงเทพฯ)

5.2 สมุย: ต้องบินจากต่างประเทศไปลงที่สนามบินสมุยโดยตรง หรือ ลงที่กรุงเทพฯ แล้วต่อเครื่องไปสมุยเฉพาะเที่ยวบิน PG5125, PG5151 และ PG5171  (ไม่สามารถขึ้นเที่ยวบินอื่น ๆ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุย ได้เพราะจะละเมิดเงื่อนไข sealed route สำหรับผู้เดินทางเข้าจากต่างประเทศที่ต้องกักตัว) 

 

6. การลงทะเบียนระบบ Thailand Pass

6.1 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ทุกคนที่จะเดินทางเข้าไทยต้องลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันกับระบบ Thailand Pass ที่เว็บไซต์ tp.consular.go.th (ทดแทนระบบการขอ Certificate of Entry หรือ COE เดิม) โดยกรอกข้อมูลและอัพโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วรอเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคของไทยอนุมัติใบรับรองการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ระบบ Thailand Pass ไม่มีขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับสถานเอกอัครราชทูตฯ

6.2 ไฟล์เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการลงทะเบียน Thailand Pass ได้แก่

  • หนังสือเดินทาง
  • ใบรับรองการฉีดวัคซีน (หากมีใบรับรองแยกแต่ละเข็ม และเป็นใบ EU certificate ที่มี QR code จะช่วยให้ได้รับอนุมัติเร็วขึ้น)
  • ใบยืนยันจองโรงแรมตามเงื่อนไขที่กำหนด (จองตามช่องทางในข้อ 4.2 เท่านั้น)
  • รายละเอียดเที่ยวบินเข้าไทย

6.3 เมื่อท่านลงทะเบียนเสร็จแล้ว จะมีหน้าต่างขึ้นพร้อมข้อความและรหัสผ่าน (Access Key) ซึ่งเป็นเลข 6 หลัก และท่านจะได้รับอีเมล์ยืนยันการลงทะเบียนพร้อมข้อความและ Access Key เช่นกัน ขอให้ท่านจดเลข 6 หลักนี้ไว้ เพราะท่านสามารถใช้ติดตามติดตามผลการพิจารณาการลงทะเบียนด้วยตนเองได้ โดยท่านต้องไปที่ช่อง “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” เลือกภาษา หลังจากนั้น กรอกรหัสผ่านที่ได้รับ หมายเลขหนังสือเดินทาง และที่อยู่อีเมล์ที่ใช้ลงทะเบียน 

6.4 ภายใน 7 วัน ท่านจะได้รับอีเมล์อีกฉบับเพื่อแจ้งผลการตรวจเอกสาร ซึ่งมี 2 แบบ คือ

6.4.1 อนุมัติ ในกรณีนี้ท่านจะได้รับ QR code ขอให้บันทึกลงโทรศัพท์หรือพิมพ์ออกมาเพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ระหว่างเดินทาง

6.4.2 ปฏิเสธ/ไม่อนุมัติ อีเมล์จะระบุเหตุผลของการปฏิเสธ/ไม่อนุมัติ เพื่อให้ท่านลงทะเบียนใหม่โดยแก้ไขไฟล์เอกสารและข้อมูลตามเหตุผลดังกล่าว

ทั้งนี้ หากท่านไม่ได้รับอีเมล์แจ้งผลการตรวจเอกสาร ท่านยังคงสามารถเข้าไปดูผลการพิจารณาและดาวน์โหลด QR code ได้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ตามวิธีในข้อ 6.3 ได้เช่นกัน

6.5 คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทะเบียน Thailand Pass

  • โปรดเคารพเงื่อนไขเวลาการลงทะเบียน 7 วันล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับแจ้งผลการลงทะเบียนทันเดินทาง
  • อย่าลงทะเบียนโดยใช้ที่อยู่อีเมล์ของ hotmail, outlook และ yahoo เนื่องจากมักพบปัญหาไม่ได้รับยืนยันผลการลงทะเบียน 
  • กรอกที่อยู่อีเมล์ให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะไม่ได้รับผลการลงทะเบียน
  • ติดตามผลการลงทะเบียนอย่างสม่ำเสมอตามวิธีในข้อ 6.4 หากท่านไม่พบคำร้องของท่านในระบบ โปรดลงทะเบียนใหม่อีกครั้งโดยใช้ที่อยู่อีเมล์อื่นแทน (โปรดตรวจสอบ junk mail ด้วย)
  • บุคคลอายุ 12 ปีขึ้นไปต้องลงทะเบียนแยกรายบุคคล ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีให้ลงทะเบียนพร้อมผู้ปกครอง
  • แนบไฟล์เอกสารในรูปแบบ jpg, jpeg หรือ png ที่ชัดเพียงพอสำหรับผู้อ่าน และขนาดไฟล์ไม่เกิน 5 MB (ระบบยังไม่รับไฟล์แบบ pdf แต่ท่านสามารถแปลงไฟล์ pdf เป็น jpg ได้ผ่านเว็บต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ต)
  • หากท่านได้รับ QR code แล้ว แต่ต้องเปลี่ยนกำหนดและ/หรือเที่ยวบินภายหลัง ท่านยังคงสามารถใช้ QR code เดิมในการเดินทางได้หากเที่ยวบินใหม่มีกำหนดออกเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมงนับจากเวลาออกเดินทางของเที่ยวบินเดิม แต่หากกำหนดออกเดินทางของเที่ยวบินใหม่ช้ากว่าเที่ยวบินเดิมเกิน 72 ชั่วโมง หรือก่อนเที่ยวบินเดิม ท่านจะต้องลงทะเบียน Thailand Pass อีกครั้งเพื่อขอรับ QR code ใหม่   

6.6 อ่านคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Thailand Pass ได้ที่ https://consular.mfa.go.th/th/content/thailand-pass-faqs-2 ดูคลิปวิดีโอการลงทะเบียน Thailand Pass ที่ https://fb.watch/97oqN7D7dS/ และหากต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อทาง support@tp.consular.go.th และ โทร. +6625728442 (หมายเลขที่ประเทศไทย)

6.7 อนึ่ง ผู้ที่เดินทางหลัง 1 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเคยได้รับ COE แล้ว และข้อมูลเที่ยวบินและโรงแรมที่พักใน COE ยังถูกต้อง สามารถใช้ COE ฉบับเดิมได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass อีก โดยเมื่อเดินทางถึงไทยแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเอกสารประกอบอื่น ๆ และอนุญาตลดวันกักตัวให้ตามเงื่อนไขในข้อ 2

 

7. รายการเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง

แบ่งเป็น 3 กรณี ตามกลุ่มผู้เดินทาง ดังนี้

7.1 กลุ่ม Test & Go หรือ Exemption from Quarantine (EQ) ตามข้อ 2.1 

  • QR code ที่ได้รับจากระบบ Thailand Pass
  • ใบยืนยันการจองโรงแรม AQ หรือ SHA+ 1 คืน และใบจองการตรวจหาเชื้อ PCR ที่ไทย 1 ครั้ง (หากไม่รวมอยู่ในใบจองโรงแรมแล้ว)
  • ใบรับรองการฉีดวัคซีน
  • ผลการตรวจหาเชื้อโควิดแบบ PCR ที่เป็นลบและออกไม่เกิน 72 ชั่วโมงเป็นภาษาอังกฤษก่อนออกเดินทาง 

7.2 กลุ่ม Sandbox ตามข้อ 2.2

  • QR code ที่ได้รับจากระบบ Thailand Pass
  • ใบยืนยันการจองโรงแรม SHA+ 7 คืน และใบจองการตรวจหาเชื้อ PCR ที่ไทย 2 ครั้ง (หากไม่รวมอยู่ในใบจองโรงแรมแล้ว)
  • ใบรับรองการฉีดวัคซีน
  • ผลการตรวจหาเชื้อโควิดแบบ PCR ที่เป็นลบและออกไม่เกิน 72 ชั่วโมงเป็นภาษาอังกฤษก่อนออกเดินทาง 

7.3 กลุ่ม Alternative Quarantine ตามข้อ 2.3 

  • QR code ที่ได้รับจากระบบ Thailand Pass
  • ใบยืนยันการจองโรงแรม AQ 10 คืน ซึ่งรวมการตรวจหาเชื้อ PCR ที่ไทย 2 ครั้ง
 

8. ขั้นตอนสำหรับคนต่างชาติ (ไม่มีหนังสือเดินทางไทย) ที่ต้องการไปประเทศไทยด้วย

คนต่างชาติมีขั้นตอนดำเนินการและรายการเอกสารแตกต่างจากคนไทยเล็กน้อย โดยสามารถดูข้อมูลสำหรับคนต่างชาติได้ที่ http://www.thaiembassy.fr/fr/voyagecovid/

 

9. การเดินทางของคนไทยเข้าฝรั่งเศส

ท่านสามารถศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยที่ https://th.ambafrance.org/Travel-to-France-TH#t

 

10. หากมีคำถามอื่น ๆ 

โปรดส่งอีเมล์มาที่ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ consular.par@mfa.mail.go.th ซึ่งเป็นช่องทางที่เจ้าหน้าที่สามารถศึกษาข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ของท่านได้อย่างถี่ถ้วนและตอบคำถามท่านได้รวดเร็วและครบถ้วนที่สุด

 

*************************************