ความสัมพันธ์ทั่วไปกับไทย

๑. การทูต

ไทยกับฝรั่งเศสเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช และพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ซึ่งได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามเมื่อปี ๒๒๒๘ ต่อมา ราชทูตสยาม (โกษาปาน) ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อปี ๒๒๒๙

ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับฝรั่งเศสได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการลงนามในสนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๓๙๙ และต่อมา ฝ่ายไทยได้ตั้งสำนักงานทางการทูตและผู้แทนในระดับอัครราชฑูตประจำกรุงปารีส ในปี ๒๔๓๒ และต่อมาได้ยกสถานะเป็นสถานเอกอัครราชทูต ในปี ๒๔๙๒

ปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งนายอภิชาติ ชินวรรโณ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ส่วนฝ่ายฝรั่งเศสได้แต่งตั้งให้นายตีแยรี วีโต (Thierry Viteau) เป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้จัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองลียง และเมืองมาร์เซยส์ ส่วนฝรั่งเศส ได้เปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย)

๒. การเมือง

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาที่เป็นอุปสรรคระหว่างกัน ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” โดยมีแผนปฏิบัติการร่วม ไทย-ฝรั่งเศส (Joint Plan of Action) ฉบับที่ ๑ (ปี ๒๕๔๗ – ๒๕๕๑) และฉบับที่ ๒ (ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๗) เป็นกลไกสำคัญ

ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนเยือนในระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในระดับพระราชวงศ์ ภาครัฐ และเอกชน โดยในระดับผู้นำประเทศล่าสุด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งถือเป็นการเยือนฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรีไทยเป็นครั้งแรกในรอบ ๗ ปี ขณะที่ นายฌอง-มาร์ค เอโรต์ (Jean-Marc Ayrault) นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๔-๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เพื่อสานต่อผลการเยือนฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรี และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

๓. เศรษฐกิจ

๓.๑ การค้า

ฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ ๔ ของไทยในสหภาพยุโรป (รองจากเยอรมนี สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) ในปี ๒๕๕๕ มีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกัน ๔,๘๓๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๔ ร้อยละ ๑๙ ไทยส่งออก ๑,๖๑๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า ๓,๒๑๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายเสียดุลการค้ามูลค่า ๑,๕๙๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องปรับ อากาศและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง เลนส์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว โดยไทยนำเข้า เครื่องบิน ผลิตภัณฑ์เวชกรรม เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากพืช

๓.๒ การลงทุน

ฝรั่งเศสลงทุนในไทยมากเป็นลำดับที่ ๔ ของสหภาพยุโรป (รองจากเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก) โดยปัจจุบัน มีบริษัทของฝรั่งเศสลงทุนในไทยประมาณ ๓๕๐ บริษัท อาทิ กลุ่มบริษัท Casino, Thomson Totalfina , Michelin, Lacoste, Saint Gobain และ Devanley เป็นต้น

ในปี ๒๕๕๕ มีโครงการของฝรั่งเศสที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในไทยจำนวน ๑๘ โครงการ มูลค่ารวมประมาณ ๑,๐๔๒ ล้านบาท ลดลงจากปี ๒๕๕๔ ซึ่งมีมูลค่ารวม ๑,๖๓๗ ล้านบาท นอกจากนี้ ภาคเอกชนฝรั่งเศสยังมีความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการ รถไฟความเร็วสูงของรัฐบาลไทยด้วย

ในส่วนการลงทุนของไทยในฝรั่งเศส นั้น

๑) บริษัท Thai Union Frozen Products PCL ได้ซื้อกิจการอาหารทะเลกระป๋องของบริษัท MW Brands ของฝรั่งเศส ด้วยเงินลงทุนประมาณ ๙๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี ๒๕๕๓
๒) กลุ่มบริษัท PTT Global Chemical ได้ซื้อหุ้นในอัตราร้อยละ ๕๑ จากบริษัท Perstorp Holding France SAS ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและเจ้าของเทคโนโลยีในสายการผลิตพลาสติกที่มีบทบาทสำคัญในยุโรปและเอเชีย เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ ๑๕๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ
๓) บริษัทกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ (Double A)ได้ซื้อกิจการโรงเยื่อและโรงกระดาษอลิเซ่ (Alizay) ของฝรั่งเศสเมื่อปี ๒๕๕๕ ด้วยเงินลงทุนประมาณ ๒๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

๓.๓ การท่องเที่ยว

ไทยและฝรั่งเศสได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๗ โดยสองฝ่ายจะร่วมมือกันในด้านการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวทางเรือ และการพัฒนามาตรฐานด้านการท่องเที่ยว

ในปี ๒๕๕๕ มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสมาไทยจำนวน ๕๗๒,๙๙๖ คน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒.๕ จากปี ๒๕๕๔ (๕๐๙,๒๒๕ คน)

๔. ความร่วมมือทางวิชาการ

รัฐบาลฝรั่งเศสได้เริ่มให้ทุนในรูปแบบต่างๆ แก่ฝ่ายไทยมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ในระดับปริญญาโทและเอก รวมถึงทุนฝึกอบรมระยะสั้น และทุนดูงานตามคำขอของหน่วยงานต่างๆ โดยสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) และสถา เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยจะจัดการประชุมประจำปี เพื่อพิจารณาคำขอของหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กรอบ ๑) โครงการความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการศึกษา (Bureau de Coopération pour le Français – BCF) เน้นทางด้านการเรียน/ การสอนภาษาวัฒนธรรมฝรั่งเศส และการท่องเที่ยว และ ๒) โครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการไทย-ฝรั่งเศส (Thai-French Scientific and Technical Cooperation Program – STC) เน้นสาขาสังคมศาสตร์ โบราณคดี สถาปัตยกรรมศาสตร์และผังเมือง วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์และเภสัชศาสตร์ นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสยังได้มอบทุนฝึกอบรมประจำปีแก่ครูไทยที่สอนภาษาฝรั่งเศสและนักเรียนไทยที่เรียนภาษาฝรั่งเศส และจัดส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมให้แก่ศึกษานิเทศก์และครูสอนภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี รวมทั้งให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมทางวิชาการและการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนแก่กระทรวงศึกษาธิการด้วย

ปัจจุบันรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศสมีความตกลงที่เกี่ยวกับการศึกษา ๓ ฉบับ ได้แก่

๑) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการศึกษาและการวิจัย (๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕)
๒) หนังสือแสดงเจตจำนงด้านการศึกษาในการจัดส่งอาสาสมัครครูจากฝรั่งเศสมาช่วยสอนภาษาฝรั่งเศสในโรงเรียนมัธยมของไทย (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) และ
๓) หนังสือแสดงเจตจำนงว่าด้วยการให้ทุนด้านการสอนภาษาฝรั่งเศสเพื่อบรรจุเข้ารับราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)

๕. ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส ฝ่ายฝรั่งเศสให้การฝึกอบรมบุคลากรของไทยในด้านเทคโนโลยีชั้นสูง อาทิ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ ความปลอดภัยของอาหารและการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

นอกจากนี้ สองฝ่ายยังมีความร่วมมือในเรื่องเทคโนโลยีอวกาศ โดยได้มีการลงนามในสัญญาระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสนเทศ (Geo-Informatics and Space Technology Development Agency-GISTDA) กับบริษัท EADS-ASTRIUM ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๗ สำหรับความร่วมมือในโครงการดาวเทียมสำรวจทรัพยากร (Thailand Earth Observation Satellite – THEOS) ซึ่งการจัดซื้อดาวเทียมดังกล่าวกระทำในลักษณะการค้าต่างตอบแทน (barter trade) มีมูลค่ากว่า ๖ พันล้านบาท ทั้งนี้ ดาวเทียม THEOS ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อภาษาไทย ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ว่า “ดาวเทียมไทยโชต” เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทย และจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับประเทศไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะการจัดการด้านระบบเตือนภัยพิบัติ การแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติด และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้มี การส่งดาวเทียม THEOS ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ (มีอายุใช้งาน ๗ ปี)

๖. ด้านวัฒนธรรม

ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส สองฝ่ายตกลงที่จะมีการแลกเปลี่ยนการจัดกิจกรรม ทางวัฒนธรรมระหว่างกัน เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายฝรั่งเศสได้ริเริ่มจัดงานเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส-ไทย (La Fête) ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๔๗ และได้จัดต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปีจนถึงปี ๒๕๕๖ (รวม ๑๐ ครั้ง)

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ยังได้จัดกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดนิทรรศการศิลปะสมัยทวาราวดีที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้านศิลปะเอเชียกีเม่ (Musée Guimet) ที่กรุงปารีส ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการฯ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒ การจัดงาน “วันประเทศไทย” ในเมืองสำคัญต่างๆ ของฝรั่งเศส การจัดงานสุดสัปดาห์ไทยระหว่าง วันที่ ๒๑ – ๒๒ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ร่วมกับพระราชวัง Fontainebleau และการจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปี พระราชสมภพของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ สำนักงานใหญ่ของ UNESCO กรุงปารีส ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

๗. ด้านการทหาร

ไทยและฝรั่งเศสมีความร่วมมือด้านการทหารอย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ อาทิ ความร่วมมือด้านการฝึกการปฏิบัติการร่วมทางเรือ การแลกเปลี่ยนการเยือนของนายทหารในระดับผู้นำเหล่าทัพและผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตลอดจนการศึกษาดูงานด้านต่างๆ ของนายทหารสัญญาบัตร การส่งนักเรียนนายร้อยไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อย Saint-Cyr (École Spéciale Militaire de Saint-Cyr) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๑๐ นาย นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้จัดซื้อยุทโธปกรณ์หลายชนิดจากฝรั่งเศสด้วย

ล่าสุด ในระหว่างการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือทางด้านการทหาร ความมั่นคง การส่งกำลังบำรุงและยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศของทั้งสองประเทศในอนาคต

๘. ความร่วมมือไตรภาคี

ไทยและฝรั่งเศสมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือไตรภาคีเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งได้ระบุในแผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส ฉบับที่ ๑ และฉบับที่ ๒

ในระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัค (Jacques Chirac) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ได้มีการลงนามความตกลงจัดตั้งคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคีเพื่อการพัฒนา เพื่อเป็นกลไกในการพิจารณาและกำหนดรูปแบบและกิจกรรม/โครงการ ความร่วมมือ ตลอดจนบริหารโครงการ และนำมาซึ่งการลงนามในความตกลงจัดตั้งสำนักงาน Agence Française de Développement (AFD) ของฝรั่งเศสในประเทศไทย

โครงการความร่วมมือไตรภาคีที่สำคัญ ได้แก่ โครงการสร้างทางรถไฟในลาวเส้นทางสาย ท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ (อยู่ระหว่างดำเนินการ) และโครงการทุนศึกษาปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ (โดย สพร.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ (โดย สพร.) กับสมาคมความร่วมมือการแพทย์ฝรั่งเศส-เอเชีย ในการจัดหลักสูตรฝึกอบรมทางด้านการผ่าตัดให้แก่แพทย์ชาวเมียนมาร์ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล

Comments are closed.